แพลทินัมพุ่งแรง: ปัจจัยหนุนและโอกาสลงทุนปลายปี 2569

ราคาแพลทินัม ทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ที่ยังคงผันผวน ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนปรากฏการณ์นี้ คือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่เร็วกว่าคาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเอเชีย ซึ่งความต้องการเครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยา (Catalytic Converters) ที่ใช้แพลทินัมเป็นส่วนประกอบหลักกลับมาคึกคักอีกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยโลหะมีค่า ‘แพลทินัม อินไซท์’ ได้คาดการณ์ว่า หากแนวโน้มนี้ยังคงอยู่ ราคาแพลทินัมอาจแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีภายในสิ้นปีนี้

นอกเหนือจากภาคยานยนต์ อีกหนึ่งแรงส่งสำคัญมาจากการที่ ‘สมาคมนักลงทุนโลหะมีค่าสากล’ เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของแพลทินัมในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีความผันผวนต่ำกว่าทองคำและเงินในบางช่วงเวลา รายงานดังกล่าวได้จุดประกายความสนใจจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่หลายแห่ง ทำให้เกิดการโยกย้ายเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดแพลทินัมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำมุมมองที่ว่า แพร่แพลทินัมไม่ได้เป็นเพียงแค่โลหะอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน

อย่างไรก็ตาม การจะพุ่งทะยานของราคานี้ไม่ได้ปราศจากความท้าทาย ‘ดร.อรุณ บุญคง’ กูรูด้านการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่า แม้ความต้องการจากอุตสาหกรรมยานยนต์จะสูงขึ้น แต่กำลังการผลิตของเหมืองแพลทินัมทั่วโลกยังคงเผชิญข้อจำกัด โดยเฉพาะเหมืองในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลักเผชิญกับปัญหาการหยุดชะงักจากการประท้วงและข้อจำกัดด้านพลังงานเป็นระยะๆ ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานนี้เองที่ผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเปราะบาง หากกำลังการผลิตฟื้นตัวหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ลดการพึ่งพาแพลทินัมในอนาคต

ความหายากของแพลทินัมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามได้ แพลทินัมเป็นโลหะที่พบได้น้อยกว่าทองคำถึง 30 เท่า และกรรมวิธีการสกัดก็ซับซ้อนกว่า ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง การที่นักลงทุนเริ่มหันมามองแพลทินัมในฐานะสินทรัพย์ที่มี ‘มูลค่าในตัวเอง’ มากขึ้น เนื่องจากความจำกัดของทรัพยากร ทำให้ความต้องการสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มผู้ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโดยรวม

สำหรับช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาแพลทินัมมีแนวโน้มที่จะทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่ความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นได้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและนโยบายทางการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก นักลงทุนจึงควรจับตาดูรายงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคยานยนต์ รวมถึงนวัตกรรมในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่อาจเข้ามามีบทบาทต่อความต้องการแพลทินัมในระยะยาว การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและการลงทุนอย่างระมัดระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อคว้าโอกาสจาก ‘โลหะหายาก’ ชนิดนี้

มีการตั้งข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญหลายรายว่า ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาแพลทินัมในอนาคตอันใกล้คือสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานการผลิตและการขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภูมิภาคที่เป็นแหล่งผลิตหลัก ซึ่งอาจทำให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรงได้ในระยะสั้น นักลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงเหล่านี้อย่างรอบคอบ.